บทเรียน

posted on 12 Sep 2009 01:02 by 5050110044

 บทที่8 เลือกใช้สีสำหรับเว้บไซต์

  • สีสันในเว็บเพจเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการดึงดูดความสนใจของผู้ใช้ เพราะสิ่งแรกที่เห็นคือสีซึ่งบ่งบอกถึงความรู้สึก
  • เราสามารถใช้สีได้กับทุกองค์ประกอบของเว็บ ตั้งแต่รูปภาพ ตัวอักษร สีพื้นหลัง เป็นต้น
  • การใช้สีพื้นหลังใกล้เคียงกับตัวอักษร บางครั้งอาจวร้างความลำบากในการอ่าน
  • การใช้สีมากเกินความจำเป็นอาจสร้างความสับสนให้กับผู้อ่าน
  • การใสที่กลมกลืนกันช่วยให้เว็บไซต์น่าดูชมมากยิ่งขึ้น

                   ประโยชน์ของสีในเว็บไซต์

  • สามารถชักนำสายตาผู้อ่านให้ไปยังทุกบริเวณในหน้าเว็บเพจ
  • สี่ช่วยเชื่อมโยงบริเวณที่ได้รับการออกแบบเข้าด้วยกาน
  • สีสามารถนำไปในการแบ่งส่วนบริเวณต่างๆ ออกจากกัน
  • สีสามารถสร้างความดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน
  • สีสามารถสร้างอารมณ์โดยรวมของเว็บเพจ
  • ช่วยสร้างระเบียบให้กับข้อความต่างๆ
  • สามารถส่งเสริมเอกลักษณ์ขององค์กรหรือหน่วยงานนั้นๆ

การผสมสี (Color Mixing) มี 2 แบบ

  • การผสมสีแบบบวก (Additive mixing)

         จะเป็นรูปแบบการผสมสีของแสง ไม่ใช่การผสมสีของวัตถุที่มีสีบนกระดาษ

  • การผสมสีแบบลบ (Subtractive mixing)

         การผสมสีแบบนี้ไม่เกี่ยวข้องกับแสง แต่เกี่ยวเนื่องกับการดูดกลืนและสะท้อนแสงของวัตถุต่างๆ

การนำสีไปใช้งาน

  • การผสมสีแบบบวก จะนำไปใช้ในสื่อใดๆ ที่ใช้แสงสว่างออกมา เช่น โปรเจ็คเตอร์ ทีวี หรือ จอคอมพิวเตอร์
  • การสมสีแบบลบ จะนำไปใช้ในสื่อที่เกี่ยวข้องกับการใสวัตถุสี เช่น ภาพวาดของศิลปิน รูปปั้น หรือ สิ่งพิมพ์ต่างๆ

 

 บทที่ 9 ออกแบบกราฟฟิกสำหรับเว็บไซต์

รายละเอียดของกราฟฟิกรูปแบบหลัก 2 ประเภท คือ GIF และJIF

GIF ย่อมาจาก Graphic Interchang Format

  • ได้รับความนิยมในยุตแรก
  • มีระบบสีแบบ Index ซึ้งมีข้อมูลสีขนาด 8 บิต ทำให้สีมีมากสุด 256 สี
  • มีการบีบอัดข้อมูลตามแนวของพิเซล เหมาะสำหรับกราฟฟิกที่ประกอบด้วยสีพื้น

JIF ย่อมาจาก Joint Photogrphic Experts Group

  • มีข้อมุลสีขนาด 24 บิต สามารถแสดงสีได้ถึง 16.7 ล้านสี
  • ใช้ระบบบีบอัดที่มีลักษณะที่สูญเสีย
  • ไฟล์ประเภทนี้ควรนำไปใช้กับรุปถ่ายหรือการฟฟิกที่มีการไล่ระดับสีอย่างละเอียด

โปรแกรมสำหรับกราฟฟิกสำหรับเว็บ

  • Adobe Photoshop เป็นโปรแกมที่ได้รับความนิยมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุน
  • Adobe ImageReady

              - ลักษณะหน้าตาและเครื่องมือจะคล้ายคลึงกับ Photoshop แต่จะถูกพัฒนาขึ้นเพื่องานกราฟฟิกโดยเฉพาะ

              - เพิ่มความสามารถในการสร้าง animation ได้

  • Macromedia Fireworks

              - มีคุณสมบัติในการตกแต่งตัวอักษรกราฟฟิกที่เห็นผลทันที

              - การแสดงค่าของสีในระบบเลขฐานสิบหก

              - การสร้างภาพเคลื่อนไหว

              - การตัดแบ่งภาพให้มีขนาดเล็กๆ สำหรับไฟล์ HTML

 

บทที่ 10 จัดรูปแบบตัวอักษรสำหรับเว็บไซต์

ส่วนประกอบของตัวอักษร

  • descender : ส่วนล่างของตัวอักษรพิมพ์เล็กที่ต่ำกว่าเส้น baseline
  • baseline : เส้นสมมติที่ตัวอักษรส่วนใหญ่ตั้งอยู่
  • cap height : ความสูงจากเส้น baseline ไปถึงส่วนบนสุดของตัวอักษรพิมพ์ใหญ่
  • x-height : ความสูงของตัวอักษร x ในแนวพิมพ์เล็ก ซึ่งมักใช้อ้างถึงความสูงของตัวอักษรที่ไม่รวม ascender และ descender
  • point size : ระยะความสูงทั้งหมดวัดจากส่วนบนสุดถึงส่วนล่างสุดของตัวอักษร
  • ค่าความสูง x-height จะมีผลต่อภาพรวมของตัวอักษรและความยากง่ายในการอ่าน

รูปแบบตัวอักษร แบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ

  1. ตัวอัการที่มีขนาดสัมพันธ์กับรูปร่าง(Proportional Font) หรือ ตัวอักษรที่มีขนาดไม่คงที่
  • ตัวอักษรแต่ละตัวมีพื้นที่ตามแนวนอนไม่เท่ากันขึ้นอย฿กับรูปร่างของตัวอักษรนั้น
  • สิ่งพิมพ์ต่างๆที่ผลิตด้วยคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่จะถูกออกแบบโดยใตวอักษรแบบนี้ เพื่อให้ดูเหมาะสมและอ่านง่าย

   2. ตัวอักษรที่มีขนาดคงที่ (Fixed-width Font)

  • จะเป็นตัวอักษรที่มีพื้นที่ตามแนวนอนเท่ากันหมด ซึ่งเป็นรุปแบบที่เรียบง่ายและมีลักษณะคล้ายตัวพิมพ์ดีด

ตัวอักษรประเภท serif และ Sans-Serif

ตัวอักษรประเภท serif

  • ตัวอักษรประเภทนี้จะมีลายเส้นเพิ่มขึ้นที่ส่วนปลาย(บางคนเรียกตัวอักษรมีฐาน)
  • เช่น Times New Rooom,Garamond,Georgia เป็นต้น
  • ตัวอักษรประเภทนี้เหมาะที่จะในส่วนที่เป็นรายละเอียดเนื้อหา
  • ไม่เหมาะกับการใช้เป็นตัวหนา

ตัวอักษรประเภทSans-Serif

  • ไม่มีลวยเส้นตกแต่งติดอยุ่กับตัวอัดษร
  • เช่น Arial, Verdana, Geneva เป็นต้น
  • เหมาะที่จะใช้กับหัวข้อหรือตัวอักษรขนาดใหญ่
  • ไม่เหมาะกับลักษณะเอียงเพราะจะทำให้รูปร่างเปลี่ยนไปมาก